
นวัตกรรมด้านการบังคับใช้กฏหมายและเทคโนโลยี
1.ในสมัยที่ผมรับราชการตำรวจตั้งแต่ปี 2530-2568ปี 2543 ขณะรับราชการอยู่ที่ตำรวจทางหลวง ได้เดินทางไปฝึกอบรมในโครงการของ กระทรวงคมนาคม ที่ประเทศ เดนมาร์กและสวีเดน ตำรวจทางหลวงสวีเดน ณ เมือง ลิงโชว์ปิง ได้ทำการฝึกอบรมภาคปฏิบัติโดยให้ไปจับความเร็วบนถนนในขณะที่ อุณหภูมิ -3 องศา ตำรวจสวีเดนได้ ใช้เครื่องตรวจจับความเร็วแบบเลเซอร์ มือถือ handheld แสดงว่าวิธีตรวจจับ ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยตำรวจทางหลวง ยังมีเครื่องตรวจจับความเร็วแบบใช้คลื่นเรดาร์เท่านั้น หลังจากเดินทางกลับจากประเทศสวีเดน ผมในฐานะสต๊าฟของผู้บังคับการตำรวจขณะนั้น จึงได้พยายามทำคำของบประมาณของตำรวจทางหลวงให้มีเครื่องตรวจจับความเร็วแบบที่ใช้ขึ้นเลเซอร์ เป็นแบบที่มีขาตั้ง สามารถตรวจจับได้แบบอัตโนมัติได้ มีราคาประมาณ เครื่องละหนึ่งล้านบาท ซึ่งในขณะนั้นก็ไม่มีหน่วยงานไหนในประเทศประเทศไทยนำมาใช้ พยายามของบประมาณอยู่สองปี โดยงบประมาณผ่านกรมทางหลวง จึงได้รับเครื่องตรวจจับความเร็วแบบที่ใช้คลื่นเลเซอร์มาใช้ในภารกิจตรวจจับความเร็วบนทางหลวง 20 ชุดจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจจับความเร็ว ยานพาหนะ แบบใช้คลื่นเลเซอร์โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่นั้นมา
2.นวัตกรรมด้าน การรายงานอุบัติเหตุผ่านระบบรายงาน อุบัติเหตุ ทางอินเตอร์เน็ต ในช่วงเทศกาล ในปี 2546 ด้วย ในช่วงปีพ.ศ. 2545 ถึงปี 2546 ได้ร่วมกับนายเวรของผู้บังคับการตำรวจทางหลวงจัดทำระบบรายงานอุบัติเหตุจราจรผ่านอินเตอร์เน็ต โดยจ้างให้โปรแกรมเมอร์ช่วยเขียนโปรแกรม ที่เขียนด้วยภาษาพีเอสพี และเอช คิวแอล ด้วยเงินเพียง 50,000 บาท และทำระบบแบบฟอร์มการรายงานอุบัติเหตุขึ้นมาเป็นหน่วยแรกที่เพื่อรวบรวมข้อมูลจากสถานีตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ 40 กว่าสถานี ทำการรายงานอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ซึ่งตำรวจทางหลวงสามารถทำการรายงานชนะตำรวจภูธรและหน่วยงานอื่นๆ รวบรวมรายงานอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เงินเพียงน้อยนิด นอกจากนั้นแล้วแบบฟอร์มการรายงานอุบัติเหตุของกองบังคับการทางหลวงยังได้ถูกนำไปเป็นต้นแบบการรายงานอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลของกรม ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยอีกด้วย
3.นวัตกรรมด้านศูนย์บริหารงานวิทยุสื่อสาร 1193
ในช่วงปี 2546 2547 ได้เข้าศึกษาอบรมที่สถาบันเทคโนแห่งเอเชียในสาขาวิศวกรรมขนส่ง เมื่อสำเร็จการศึกษา แล้วได้ทำโครงการศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ 1193 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทดแทนระบบเก่าที่มี โดยระบบใหม่ที่ได้จัดทำขึ้นเป็นระบบที่มีเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเทคโนโลยี โทรศัพท์ VOIP เทคโนโลยี GPS แผนที่ดิจิตอล (ต่อมาจึงมี Google Map) ระบบดาวเทียม IP STAR และใช้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้บริการ โดยใช้งบประมาณแผ่นดินเพียง 10 ล้านบาทในการจัดทำศูนย์บริหาร 1193 รวม 42 สถานีตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่เอี่ยมในขณะนั้นและยังไม่มีใครที่กล้านำมาใช้ แต่ในทางปฏิบัติต่างประเทศได้อยู่เทคโนโลยีเกิดขึ้นและนำมาใช้แล้ว
ผลที่ได้จากการดำเนินโครงการ แม้จะเป็นโครงการที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและประหยัดงบประมาณแถมยังมีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงต่ำ แต่ก็ถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเงิน ชี้มูลความผิดว่ามีการทุจริตฮั้วประมูล ทั้งทั้งที่บริษัทผู้ดำเนินการติดตั้งระบบขาดทุนไปถึงสามล้านบาท เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ แถมต้องซื้อ แผนที่อินเตอร์เน็ต จากบริษัทอื่นในราคาถึง 1 ล้านบาท เพื่อนำเข้ามาใช้ในระบบ ซึ่งเป็นโครงการที่ควรจะได้รับรางวัลมากกว่า แต่ก็ก็ยังถูกสำนักงานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินชี้ว่าเป็นการที่ประมูล ทำให้ต้องกลับไปใช้ระบบเดิมในศูนย์วิทยุ 1193 ที่เป็นระบบอนาลอก จนถึงทุกวันนี้ก็ 20 ปีแล้วยังล้าหลังอยู่เลย แต่คนที่คิดจะทำให้ทันสมัยต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวน และถูกส่งเรื่องไปให้ สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินคดี แต่โชคดีสำนักงานการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมองว่าเป็นเพียงความผิดทางวินัยไม่ใช่ทุจริต ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกรมทางหลวง ตั้งคณะกรรมการดำเนินการทางวินัย และผู้เขียนก็ถูกลงโทษเพียงว่ากล่าว ตักเตือนเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าการวินิจฉัยของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน มีอคติอย่างมาก หากเป็นการดำเนินคดีวินัยในอดีตผู้เขียนคงถูกงดค่าเงินเดือนเป็นเวลายาวยาว 10 ปีจนกว่าจะเสร็จเรื่อง รวมทั้งถูกงดการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งด้วย น่าเสียดายนะครับแทนที่เราจะมีศูนย์วิทยุที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารดีดีถูกๆและมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับต่างประเทศและพัฒนาให้ทันสมัยต่อไปได้อีก ถ้านึกไม่ออกว่า โทรศัพท์ VOIP เป็นอย่างไรนั้น ให้ลองนึกถึงการโทรด้วย แอพพลิเคชั่น LINE แอพพลิเคชั่น Facebook หรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆก็แล้วกัน ซึ่งโทรฟรีได้ ว่ามันโทรข้ามโลกได้อย่างไรมีประสิทธิภาพแค่ไหน แล้วทำไมผมจึงคิดได้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แถมมีระบบแผนที่อินเตอร์เน็ต GPS ให้ทางตำรวจทางหลวงได้ใช้ ด้วย แต่ก็โดนตั้งกรรมการซะงั้น (ในปี 2468 ตึกสตง.ถล่มจากแผ่นดินไหวเพียงตึกเดียวใน กทม.แต่ไม่มีข้าราชการ สตง.คนใดถูกกล่าวโทษเลย ตลกมาก)
4.นวัตกรรมด้านการรายงานจราจรและอุบัติเหตุผ่านโทรศัพท์มือถือที่มี GPS
ในปีต่อมาผมได้ใช้เงินค่าปรับที่เหลือจ่ายและกรมทางหลวงคืนให้จำนวนทางหลวงจำนวน ล้าน 2 บาท มาแจ้งพนักงานรับโทรศัพท์ แทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ หนึ่งล้านบาท และอีกหนึ่งล้านบาทได้จัดหาโทรศัพท์มือถือที่มีระบบ GPS ให้ทางหลวง 40 เครื่องเพื่อนำไปใช้ในการรายงานเหตุการณ์ภาพถ่ายและตำแหน่งที่เกิดเหตุ เข้ามาที่ศูนย์เพื่อให้การบริหารจัดการในศูนย์เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีและเป็นหน่วยงานแรกที่ใช้โทรศัพท์ GPS ในการปฏิบัติงาน
5.นวัตกรรมด้านการเชื่อมข้อมูลวิดีโอจากผ่านสายไฟเบอร์ออปติกเพื่อดูการจราจรทั่วประเทศ
ในปีเดียวกัน ผมได้ใช้งบประมาณ 100,000 บาทเชื่อมข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลด่านชั่งน้ำหนักของกรมทางหลวงมายังศูนย์บริหารงาน 1193 เพื่อนำภาพวิดีโอจากกล้องซีซีทีวีที่ติดตั้งในด่านช่างน้ำหนักสามแห่ง คือที่ฉะเชิงเทรา ที่นครปฐม และที่นครราชสีมา เพื่อเริ่มใช้เป็นข้อมูลในการบริหารงานจราจรเป็นครั้งแรก โดยใช้งบประมาณเพียงน้อยนิด ซิ่งก็ได้รับผลตอบแทนกลับมา และความชื่นชม เป็นอย่างดี
6.นวัตกรรมด้าน การนำเสนอ ข้อมูลจราจร TMS (Traffic Massage Sign Board)
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ 2548 ได้เชื่อมข้อมูลจราจร จากศูนย์วิทยุ 1193 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ไปยัง electronic board ของเทศบาล เมือง สระบุรี บนถนนพหลโยธิน กม.99 เพื่อส่งข้อมูลการจราจรข้างหน้าให้กับประชาชนที่เดินทางกลับไปยังภูมิลำเนายังจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับทราบ ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี
7.นวัตกรรมด้าน การจัดทำป้ายตรวจเตือนความเร็ว (Speed Warning)
ในปี 2554 เมื่อกระผมการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองผู้กำกับการ กองกำกับการทางหลวง จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัดทางภาคเหนือตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ขึ้นไป ผมได้จัดทำ เครื่องตรวจจับความเร็วและแจ้งเตือน บนถนนหลวง โดยใช้ป้ายด่านตรวจเก่าเก่า นำมาโมดิฟายด์ ติดเครื่องจักรความเร็วเข้าไป และติดป้ายดิจิตอลแสดงความเร็วที่ ตรวจจับได้ ให้กับตำรวจทางหลวงเชียงใหม่ และนำไปติดตั้งไว้ที่ หน่วยตำรวจทางหลวงแม่แตง เพื่อ ตรวจจับความเร็วและ เตือนผู้ขับขี่รถ ที่ใช้ถนนในเส้นทาง 108 อุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก ผลการใช้เครื่องตรวจจับได้ผลดีโดยใช้งบประมาณจาก บริษัทการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพียง 80,000 บาท ในขณะที่ปกติแล้วซึ่งเตือนความเร็วนี้ ที่กรมทางหลวงชนบทจัดหามาจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท
8.นวัตกรรมด้านการตรวจจับและเตือนความเร็ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ บนทางหลวง หมายเลข 11 เชียงใหม่ลำปาง และ ทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก หล่มสัก
ได้ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์มงคล จากคณะแมคคาโทนิค สถาบันเอไอที รังสิตคลองหลวงปทุมธานี ทำการวิจัยปฏิบัติการ เรื่องการป้องกันอุบัติเหตุโดย ใช้เครื่องจับความเร็วแบบอัตโนมัติ และข้อมูลอุบัติเหตุ โดยพัฒนาขึ้นเอง ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งโดยได้รับทุนวิจัยจาก กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานวิจัยแห่งชาติ
นวัตกรรมด้านการบริหารและปฏิบัติงาน
1.การขยายเขตอำนาจการของตำรวจทางหลวง ตำรวจทางหลวง นั้นเป็นหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่ทำงานภายใต้ภารกิจของกรมทางหลวงและได้รับงบประมาณทั้งหมดจากกรมทางหลวง ถูกก่อตั้งมาเพื่อดูแลรักษาถนนหลวงและอุปกรณ์ ส่วนควบ ทั้งหมด โดยมีเขตรับผิดชอบบนถนน หรือทางหลวงที่มีหมายเลข สองหลักและทางหลวงพิเศษ ระยะทางประมาณ 20,000 กิโลเมตร จะมาผู้บังคับบัญชาท่านได้ให้ลองคิดถึงการขยายพื้นที่รับผิดชอบออกไป จึงได้มีความพยายามที่จะขอรับผิดชอบทางหลวงของกรมทางหลวงทั้งหมด ซึ่งมีอยู่เราราว 80,000 กิโลเมตรในขณะนั้น จากการต่อสู้และให้เหตุผลที่ดีจึงสว่าที่จะขยายเขตรับผิดชอบทางหลวงแผ่นดิน เพิ่มเป็น ทางด่วนหมายเลขหนึ่งตัวทางหลวงหมายเลขสองตัวทางหลวงหมายเลขสามตัว เหมือนในปัจจุบัน
2.การแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้ได้รับเงินรางวัลนำจากในพรบทางหลวง 2535 ได้ร่วมกับกันทีมสำนักงานผู้บังคับบัญชาทางหลวง เสนอขอให้พรบทางหลวง 2535 มีเงินรางวัลนำจับด้วย เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
3.ในระหว่างที่เข้าเรียนหลักสูตรผู้กำกับการ รุ่นที่ 96 ได้เขียนเอกสารวิชาการเรื่อง การจัดตั้งศาลจราจร โดยมีความมุ่งหมายให้เกิดศาลจราจรเพื่อบังคับให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้มีความปลอดภัยอย่างสูงสุด แต่จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เกิดศาลจราจรขึ้นในประเทศประเทศไทยแต่อย่างใด
4.การวิจัยเพื่อพัฒนาตำรวจจราจร ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในปีพ.ศ.2563 ได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ สสส ให้ดำเนินงาน เชิงโครงสร้างในการพัฒนาและทำหลักสูตรการฝึกอบรมใหม่ให้กับตำรวจจราจร
นวัตกรรมด้านฐานข้อมูลอุบัติเหตุ
1,ในปี 2546 ผู้เขียนได้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียในหัวข้อ highway police accident database analysis ซึ่งเป็นการใช้ระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุสมัยใหม่ร่วมกับระบบ GIS ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต จนจบการศึกษาระดับปริญญาโท
2.กรมทางหลวง โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้นำแนวคิดเดียวกันไปจัดทำระบบบริหารงานอุบัติเหตุบนทางหลวงเรียกชื่อว่าระบบ HAIM
3.ผู้เขียนได้นำระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุไปทำระบบติดตามรถบรรทุกขนส่งให้กับ บริษัทลินฟ้อกซ์ทรานสปอร์ตจำกัด (ออสเตรเลีย) เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย