เมื่อกรมการขนส่งทางบก กลายเป็นผู้เขียนกฏเพื่อกดขี่ผู้ขับขี่รถสาธารณะเอาไว้เสียเอง
แต่สิ่งที่ กรมการขนส่งทางบก จะต้องทำ ต้องแก้ไข คือ ปํญหารายได้ของผู้ขับขี่รถขนส่งคน ขนส่งสินค้า นั่นเอง

1.ควรมีการดูแลรายได้ของ ผู้ขับขี่รถทั้งหลาย มากกว่า ระบบที่วุ่นวาย ที่พยายามออกมาควบคุม เอะอะไม่ทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็ผิด ข้อหาทุกวันนี้ก็มีมากมายอยู่แล้ว แม้แต่การบังคับใช้กฏหมายที่ครอบคลุม มีประสิทธิภาพ ก็ยังทำไม่ได้ ไม่ใช่ ผู้ขับขี่รถสาธารณะ กึ่งสาธารณะผิดเสมอ ผิดทุกประตู ผิดจนอยู่ไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ขนส่งใช้รถยนต์ส่วนตัวร้อยละ 90 ไม่ใช้รถสาธารณะเลย

2.ข้อสำคัญคือ เมื่อออกกฏหมายแล้ว ต้องบังคับใช้เอง อย่าใช้หน่วยงานอื่น (ตำรวจจราจร ทางหลวง) ทำแทน ผู้ขับขี่สำคัญที่สุด ผู้ขับขี่อยู่ไม่ได้ อยู่แบบไม่มีคุณภาพ การบริการก็ห่วยแตกไปด้วย (ฉ้อโกง ขโมย โกง ฝ่าฝืน- สินค้า บริการ กฏระเบียบ) เพื่อให้ชีวิตตัวเองอยู่รอด เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และปัญหาที่เกิดขึ้นบนถนนทุกวันนี้ คุณอาจจะโทษว่า ผู้ขับขี่รถสาธารณะกึ่งสาธารณะไม่ดี แต่ความจริงแล้วปัญหาเกิดขึ้นจากใครกันแน่

3.รถยนต์ ก็จะคุม รถจยย.ก็จะคุม รถบรรทุกก็จะคุม รถกระบะคอกก็จะคุม จยย.วิน ก็คุม ไรเด้อร์สินค้าจะคุม แก็ปก็จะคุม มลพิษก็จะคุม คุมเขาไปหมด แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร ไม่มีคน ไม่มีปัญญา สุดท้ายก็คุมไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมในการบังคับใช้กฏหมาย ไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฏหมาย ได้แต่ขู่ฟอดๆ ออกสื่อให้เขามาจะทะเบียน ภายในเวลาโน้นเวลานี้ แต่ตัวเองไม่มีเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียน ตลกมั้ย อันนี้มุมมองข้าราชการโดยแท้

4. ปัญหาค่าขนส่ง ค่าโดยสาร รายได้ของผู้ขับขี่รถบรรทุก รถโดยสาร รถจยย. รถแท๊กซี่ สำคัญกว่าสิ่งอื่นๆ ใด เป็นโจทย์หลัก ของท่านที่จะดำเนินการ นั่นก็คือปัญหาของปากท้องคนทั้งประเทศนั่นแหละ มีปัญญามั้ยล่ะ คนทั้งประเทศ ต้องรับบริการจากการบริหาร การออกกฏ การบังคับของท่าน

5. โปรดอย่าคิดว่า ท่านมีหน้าที่แบบนี้ ท่านสอบเข้ามาได้ ราชการให้ตำแหน่งหรือเลื่อนตำแหน่งให้ จึงมีหน้าที่ต้องทำ เพราะความจริงคือ ท่านผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาชีพข้าราชการกรมการขนส่งทางบก ซึ่งก็เหมือนผู้ขับขี่รถทั่วๆ ไป ต่างคนต่างต้องทำมาหากิน ต้องเลี้ยงครอบคร้วทุกคน อย่าหลงประเด็น อย่ามโนว่ามีอำนาจมากมาย แต่การจะทำอย่างไร ให้ประชาชน ผู้ขับขี่รถ มีรายได้ที่ดี ได้เป็นสิ่งสำคัญกว่า จริงมั้ย ลองคิดดูให้ดีเน้อ

6. ตำรวจจราจร ทางหลวง หรือข้าราชการอื่นๆ ก็ควรจะคิดเหมือนกันแบบนี้ อย่าทำงานแทน กรมการขนส่งทางบก เพราะกฏหมายที่ท่านไปใช้จับเขานั้นไม่ใช้กฏหมายของท่าน ท่านไม่ต้องรับผิดชอบ ท่านไม่มีตัวชี้วัดอะไร ท่านไม่ได้รับงบประมาณใดๆ เลย ท่านอาจถูกกล่าวหาได้ว่า จับกุมผู้ขับขี่ยานพาหนะ โดยมีเหตุจูงใจคือการหวังเงินรางวัลจากมากกว่า เหตุอื่น เพราะไม่มีเพดานจำกัด เหมือน พ.ร.บ.จราจรฯ ที่เป็นกฏหมายที่ท่านต้องรับผิดชอบ และมีเพดานไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความไม่ศรัทธา ไม่เชื่อถือ ของผู้ขับขี่ยานพาหนะ และลุกลามไปถึงปัญหาอื่นๆ เพราะเขาจะไม่คิดว่าตำรวจเป็นข้าราชการ ที่ตรงไปตรงมา ไม่มุ่งหารายได้ มันเป็นยาขม ยาพิษ ที่กรมการขนส่งทางบกวางไว้ให้

*****สุดท้ายนี้หวังว่า กรมการขนส่งทางบกจะเข้าใจ และปรับเปลี่ยนความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของข้าราชการเสียใหม่ การกระทำใดๆ ของท่านนั้นต้องเป็นไปเพื่อการกินดีอยู่ดีของประชาชน ผู้ขับขี่ยานพาหนะ ไม่ใช่ทำให้เขาเหล่านั้นยากจน ลำบาก จนซ้ำซาก ต้องทำสิ่งที่ผิดกฏ เพื่อเอาตัวรอด เปลี่ยนวิสัยทัศน์อันสวยหรูให้ถูกต้อง ลดปริมาณงาน เพื่อทำงานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพที่สุด เอางบประมาณไปสนับสนุนชาวบ้าน เท่านั้น ฝากด้วยนะครับ 40 ปีที่ผ่านมา ขอให้เป็นบทเรียน และเปลี่ยนให้ได้ครับ