จากการศึกษารายละเอียดในรูปเล่มงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนางานด้านการจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการจัดการศึกษาบุคลากรด้านการจราจรและการขนส่งเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน” ประโยชน์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะได้รับสามารถสรุปออกมาเป็น 10 ข้อหลักได้ดังนี้ครับ:

  1. เห็นภาพอนาคตการทำงาน (Future Scenario): ช่วยให้ ตร. ทราบถึงแนวโน้มและสภาพการณ์งานจราจรในอีก 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2566-2575) เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ
  2. ปรับปรุงระบบการบริหารงานสมัยใหม่: นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากระบบราชการเดิมที่มีขั้นตอนซ้ำซ้อน ไปสู่การบริหารที่เน้น 2 มุมมองหลักคือ “ผู้รับบริการ (ประชาชน)” และ “ผู้ให้บริการ (ตำรวจจราจร)” ผ่านแพลตฟอร์มการจัดการ
  3. พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ตรงจุด: งานวิจัยให้แนวทางในการจัดทำและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมบุคลากรด้านจราจรให้มีความเชี่ยวชาญและทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่
  4. ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน: วัตถุประสงค์หลักของงานวิจัยมุ่งเน้นที่การจัดการศึกษาและการพัฒนางานเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการลดจำนวนอุบัติเหตุและความสูญเสียบนท้องถนน
  5. เพิ่มความพึงพอใจของประชาชน: ช่วยให้ตำรวจจราจรเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน (Road User) ในยุคดิจิทัล เพื่อปรับปรุงการบริการให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น
  6. เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย: ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายจราจรในปัจจุบัน เพื่อหาแนวทางใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและลดความขัดแย้งกับประชาชน +1
  7. ใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มบริหารจัดการ: สนับสนุนการสร้างระบบ Back office หรือ Traffic Police Management Platforms เพื่อช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ (Front line officer) ให้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
  8. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่รอบด้าน: เสนอให้มีการวัดผลงานตำรวจจราจรใน 3 มิติ คือ มิติงบประมาณ, มิติสถิติผลการปฏิบัติงาน และมิติความพึงพอใจของประชาชน แทนการวัดผลแบบเดิม
  9. บูรณาการความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ: งานวิจัยรวบรวมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ ตร. มีฐานข้อมูลความรู้ที่เชื่อถือได้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย
  10. การจัดการงบประมาณที่คุ้มค่า: ช่วยให้การวางแผนงบประมาณในอนาคตสอดคล้องกับเป้าหมายและตัวชี้วัดของรัฐบาล ทำให้การใช้ทรัพยากรของ ตร. เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม

งานวิจัยชิ้นนี้จึงเปรียบเสมือน “แผนที่นำทาง” (Roadmap) สำคัญที่จะช่วยยกระดับงานจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีความเป็นมืออาชีพและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริงครับ