ตำราส่วนใหญ่บอกกันว่า อุบัติเหตุนั้นเกิดจากปัจจัย 3 ประการ ได้แก่ คน รถ ถนน จึงมีคำถามว่าถ้าเป็นคุณจะให้น้ำหนักกับปัจจัยด้านไหน แน่นอนคนส่วนใหญ่ไม่โทษตัวเอง แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วมันก็คงเกิดจากความผิดพลาดของคุณหรือผู้ขับขี่คู่กรณี นั่นแหละ ในขณะเดียวกันรัฐบาล ท้องถิ่น ก็มีความสนุกสนานอยู่กับการก่อสร้างถนนโดยไม่สนใจประเด็นด้านความปลอดภัย

ในวงการป้องกันอุบัติเหตุในบ้านเรา 33 ปีที่เรายังตั้งศูนย์นโบายอุบัติเหตุจราจร(ทางถนน)แห่งชาติแห่งชาติ รวมทั้งศูนย์วิจัยอุบัติเหตุและข้อมูล ให้เป็นหน่วยงานกลางและมีความเป็นอิสระได้ ทั้งๆ ที่เรามีผู้มีความรู้(แต่อาจจะไม่เชี่ยวชาญ)มากมาย นโยบายที่โดดเด่นปฏิบัติได้จริงและมีความเป็นกลาง ที่เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุอย่างชาญฉลาด จึงยังไม่เกิดขึ้น ยังเป็นนโยบายแบบกระท่อนกระแท่น ที่ผู้ออกนโยบายลอกกันไปลอกกันมา หาที่สรุปไม่ได้ ไม่นำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจัง แม้กระทั่งข้อมูลอุบัติเหตุยังต้องไปขอลอกจากหน่วยงานเอกชน มานำเสนอสาธารณะก็น่าขำดี

นอกจากนั้นมุมมองมุมคิดแก้ไขปัญหาก็ยังเป็นแบบเชิงกฏหมาย เชิงวาทกรรม (โทษผู้บังคับใช้กฏหมาย (เฮ้อ เอาแบบง่ายๆ นะ) แทนที่จะคิดในมุมของวิศวกรรมยานพาหนะ แบบฝรั่งเค้า คือคิดแบบเป็นระบบ และมีรูปแบบ มีพลวัต เพื่อที่จะทำให้แก้ไขปัญหาที่ต้องอธิบายเหตุการณ์ที่ซับซ้อนให้ง่ายขึ้นได้ ก็ไม่ทำ หรือไม่มีแนวทางแนวคิดที่จะทำ หรือหวงไว้ก็ไม่ทราบแน่ชัด

ทำไมความปลอดภัยของปัจจัยยานพาหนะจึงสำคัญที่สุด จากคลิปวิดีโอการทดสอบการชน ซึ่งเป็นงานด้านวิศวกรรมยานพาหนะที่เอาวิศวกรรมอีเลคโทรนิคส์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอุบัติเหตุ (การชน) ซึ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาติดตั้งในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นรถ EV หลายค่ายจาก สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น โดยหน่วยงานที่เป็นกลาง เทคโนโลยี ADAS คือ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในรถยนต์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสะดวกสบายในการขับขี่ โดยใช้เซ็นเซอร์และกล้องเพื่อตรวจจับสภาพแวดล้อมและช่วยผู้ขับขี่ในการควบคุมรถ. 

ดังนั้นปัจจัยความปลอดภัยของยานพาหนะ เป็นปัจจัยที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ อย่างแท้จริงด้วยเหตุผลดังนี้
1. หากไม่มียานพาหนะก็ไม่มีอุบัติเหตุแน่นอน
2. ยานพาหนะต้องเป็นยานพาหนะที่มีมาตรฐานความปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ โดยตัวของยานพาหนะเอง
3. มีการตรวจสภาพยานพาหนะให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัย อย่างสม่ำเสมอ
4. ยานพาหนะจะต้องมีระบบเตือน ป้องกัน หลีกเลี่ยงการชน ในขณะการขับขี่ ที่มีความก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
5. ยานพาหนะในอนาคตต้องมีความสามารถในการขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งความสามารถของผู้ขับขี่ (ตัดผู้ขับขี่ออกจากการควบคุม)

ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น ล้วนแต่ทราบดีและมีแนวคิดในการป้องกันอุบัติเหตุ ด้วยหลักการแบบนี้ แล้วคนไทยล่ะ มีแนวคิดและวิธีการป้องกันอุบัติเหตุจราจร รวมทั้งการจัดการปัญหาให้อุบัติเหตุจราจรของประเทศให้ลดลงให้มากที่สุด