หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร สภ. ควรมีอำนาจในการกำกับดูแล การก่อสร้างใดๆ บนถนนที่เป็นทาง ตาม นิยาม ของ พรบ.จราจรทางบก พศ.2522 เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจราจร และความปลอดภัยของประชาชน ที่สัญจร ทั้งการซ่อมแซม ซ่อมบำรุงในระยะสั้นไม่เกิน 1 เดือน และการก่อสร้างขยายถนน ในระยะเวลา เกิน 1 เดือน เพื่อให้ผู้รับเหมา ได้มีความใส่ใจต่อ ปัญหาที่จะเกิดขึ้น และหาทางป้องกัน ตามมาตรฐาน หรือสัญญาที่กำหนดไว้
1. ปัจจุบัน อัตราโทษยังต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับผลกระทบที่เกิดขึ้น หากไม่มีการขออนุญาตกับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ควรที่จะมีการเพิ่มอัตราโทษให้สูงขึ้นกว่าเดิม มากเป็น 10 เท่า เพราะไม่อย่างงั้น ผู้รับเหมาจะไม่ใส่ใจ
2. ขณะเดียวกัน ฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องรู้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยด้วย และต้องแจ้งให้ผู้รับเหมา ดำเนินการตามมาตรฐานนั้น อย่างเคร่งครัด ซึ่งควรมีหลักฐาน เป็นหนังสือ พร้อมคู่มือ ให้ด้วย พร้อมๆ กับหนังสืออนุญาต
3. ในขณะเดียวกัน ปัญหาของฝั่ง ผู้ขับขี่ยานพาหนะ ที่ใช้ทางในระหว่างการก่อสร้าง โดยส่วนใหญ่ของคนไทย มักจะไม่ลดความเร็วลงเมื่อขับขี่ผ่าน เขตก่อสร้าง แทบจะ 100% รวมถึงนิสัยไม่ลดความเร็วลง 10-20% เมื่อขับรถในเวลากลางคืนที่ไม่มีไฟส่องสว่าง แถมยังนิยมติดฟิมล์ ดำ ทึบ จนทำให้มองไม่เห็น อันเป็นสาเหตุให้เกิดการชน ในเวลากลาง คืน นี่คือจุดอ่อนมากๆ ของผู้ขับขี่ยานพาหนะไทย หากจะลดอุบัติเหตุบริเวณก่อสร้างต้อง มีการให้ความรู้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะ ตลอดจับต้องมีบทบังคับให้ลดความเร็ว ด้วย มิใช่แก้ปัญหาเฉพาะฝั่ง ผู้รับเหมา ครับ
4.ส่วนกรณี อำนาจของหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร ที่ควรมี ในการกำกับดูแล การก่อสร้างถนน ตรวจสอบความปลอดภัยถนน ระหว่างก่อสร้าง หลังก่อสร้าง เพื่อให้มีการคานอำนาจกับฝ่ายก่อสร้างนั้น ควรมีอย่างยิ่ง ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดปัญหา เหมือนกับถนนหลายสาย ที่เกิดปัญหาเช่น พระราม 2 หรืออื่นๆ
5.อีกทั้งต้องมีอำนาจในการอนุมัติ ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร สัญญานจราจร ที่ฝ่ายก่อสร้าง หรือฝ่ายเมือง ได้ทำขึ้น ในถนนทุกประเภท ไม่อย่างนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหา ทำให้ตำรวจจราจรต้องถูกประชาชน ต่อว่าเพราะเครื่องหมายจราจร นั้นไม่เหมาะสม ผิดแต่ตำรวจจราจรไปบังคับใช้
6. หากคิดว่าตำรวจจราจร ไม่มีองค์ความรู้ทางวิศวกรรมจราจร ก็ลองประกาศเปิดรับ วิศวกร สัก 100 คน แล้วให้ ติดยศร้อยตำรวจตรี รับรองว่า มีคนมาสมัคร เต็มตั้่งแต่วันแรกเลยล่ะ