สาเหตุที่ #รถกระบะ เสียหลักตกถนน บ่อยครั้ง มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

โดยสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่:
1. ความเร็วเกินกำหนด
ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงเกินไป โดยเฉพาะในทางโค้งหรือสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวย ความเร็วทำให้ควบคุมรถได้ยากเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
2. บรรทุกน้ำหนักเกิน / การจัดวางสิ่งของไม่สมดุล
รถกระบะที่บรรทุกของหนักเกินพิกัด หรือจัดวางน้ำหนัก偏ซ้าย-ขวา ทำให้จุดศูนย์ถ่วงเปลี่ยน ส่งผลให้รถเสียหลักง่ายของที่บรรทุกหลุดหรือเคลื่อนที่ระหว่างขับขี่ ทำให้รถไม่สมดุล
3. สภาพถนน
ถนนลื่น มีน้ำขัง กรวด ทราย หรือถนนที่มีผิวไม่เรียบ ถนนที่มีโค้งแคบหรือลาดชัน
4. ยางและระบบช่วงล่าง
ยางสึกหรอหรือมีลมยางไม่เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุก ระบบเบรกหรือช่วงล่างไม่สมบูรณ์
5. พฤติกรรมผู้ขับขี่
ขับขี่โดยประมาท เช่น หักพวงมาลัยกะทันหัน เปลี่ยนช่องทางเร็ว ขับในขณะง่วง หรือขาดสมาธิ ขับในขณะมึนเมาหรือเสพสารเสพติด
6. สภาพรถไม่พร้อมใช้งาน
ระบบเบรกหรือพวงมาลัยมีปัญหา บรรทุกของผิดประเภท เช่น ของเหลวที่เคลื่อนที่ได้ภายในรถ
7. อิทธิพลจากสภาพแวดล้อม ฝนตกหนัก ลมแรง หรือทัศนวิสัยไม่ดี
ChatGPT

ที่ Chat GPT บอกมานั้น เป็น Secondary Factors ที่เรามองเห็นเท่านั้น สาเหตุที่แท้จริง คือสาเหตุแฝงที่มองไม่เห็น จาก Vehicle dynamics ของรถ คือธรรมชาติของรถขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ล้อหลังหากมีพลังมากไป และไม่มีระบบอีเลคโทรนิคส์คุม (EBD หรืออื่นๆ) มักจะเกิดอาการท้ายปัด ท้ายดัน ได้ตลอดเวลา ที่ถนนลื่น เป็นทางโค้ง ยางหลังเสื่อมสภาพ หรือผิวถนนเสื่อมสภาพความฝืด แค่เร่งแรงๆ บนถนนเปียกเล็กน้อย ก็ได้เสียวแล้ว ถ้ามาเร็วก็จบเลย ฟาดเสาไฟฟ้าต้นไม้ ทุกราย และมีอัตราการเสียชีวิตสูง เนื่องจากจุดที่แรงกระแทกมาที่รถในคือด้านข้างของประตู ซึ่งเป็นจุดที่แรงกระทำจะเข้ามาถึงตัวผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร ได้ง่ายที่สุด (จะมีแผลฉกรรจ์ มากกว่าการชนด้านหน้า) ไม่เหมือนกับการชนด้านหน้า ที่มีระยะห่างจากด้านหน้าถึง 1 เมตรเศษๆ ดังนั้นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะจึงควรระมัดระวังอุบัติเหตุลักษณะนี้ให้มาก ประเทศไทยมีสัดส่วนของรถกระบะ ถึง ร้อยละ 65 ดังนั้น รถกระบะจึงเป็นยานพาหนะที่เพิ่มอุบัติเหตุ บนถนนประเทศไทย มากกว่ายานพาหนะชนิดอื่นๆ