การชนท้าย Rear Hit เป็นการชนที่อันตรายและทำให้เสียชีวิตได้ ยิ่งกว่าการชนในลักษณะอื่น ด้วยเหตุที่
1.ตามหลักฟิสิกส์ เรื่องแรงชนและความเร็ว ด้วยในขณะที่การชนท้ายนั้นส่วนใหญ่รถคันที่ถูกชนจะมีความเร็วเป็น 0(ศูนย์) ในขณะที่รถที่วิ่งตามมาจนเกิดการชนมีความเร็วระดับหนึ่ง แต่จะไม่มีการลดความเร็วด้วยการเบรค หรือเบรคเพียงเล็กน้อย ให้ความเร็วลดลง และชนกับส่วนท้ายของรถที่ไม่มี (compatibility) คือระดับความสูงต่ำไม่เท่ากัน เช่น ท้ายรถบรรทุก กับหน้าของรถยนต์เก๋ง หรือ การชนที่เรียกว่า มุดเข้าไปใต้ท้องรถ (Underrun)
2.การที่ส่วนท้ายของรถบรรทุก ที่มีความแข็งแรงกว่า รถที่มาชน เช่น รถจักรยานยนต์ วิ่งเข้าชนรถบรรทุก และมุดเข้าไปใต้ ท้ายรถบรรทุก ทำให้ขณะที่ชน กลายเป็นว่า ตัวผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์ ที่ถึงแม้จะวิ่งไม่เร็วมาก แต่ ส่วนบน ของร่างกาย ของของตัวผู้ขับขี่สัมผัสเข้ากับ ท้ายรถบรรทุกทันที ทำให้เกิดการเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัสรุนแรง https://g.co/geminxi/share/368f06

Admin ขอแยกประเภท อุบัติเหตุ การชนท้าย เพื่อ ระบุสาเหตุที่เกิด เหตุขึ้นบ่อยๆ และเสนอวิธี ป้องกันแก้ไข ทั้งในเชิงระบบ และในมุมมอง ของผู้ขับขี่แต่ละประเภทดังนี้ นะครับ

รถที่ถูกชน / รถที่ชนรถบรรทุก รถโดยสารรถกระบะ รถตู้รถเก๋งรถจักรยานยนต์
รถบรรทุก รถโดยสารความเสียหาย
รุนแรง เนื่องจากแรงชนสูงมาก
การบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เสียชีวิต เนื่องจากตำแหน่งของผู้ขับขี่ อยู่ด้านหน้าสุด
สาเหตุ หลับใน เป็นส่วนใหญ่
ความเสียหาย
รุนแรง
การบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เสียชีวิต หากเกิด การมุดใต้ท้องรถคันที่ถูกชน
สาเหตุ ขับเร็ว หลับใน แซงซ้าย
ความเสียหาย
รุนแรง
การบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เสียชีวิต หากเกิด การมุดใต้ท้องรถคันที่ถูกชน
สาเหตุ ขับเร็ว หลับใน แซงซ้าย
ความเสียหาย
รุนแรง
การบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เสียชีวิต หากเกิด การมุดใต้ท้องรถคันที่ถูกชน
สาเหตุ ขับเร็ว หลับใน แซงซ้าย ตัดสินใจล่าช้า ใช้เบรคไม่ถูกต้อง
รถกระบะ รถตู้ความเสียหาย รุนแรง  เนื่องจากแรงชนสูง (Momentum)  การบาดเจ็บ ปานกลางความเสียหาย รุนแรง  หากเป็นการชนต่อเนื่อง
การบาดเจ็บ ปานกลาง สาเหตุ หลับใน ขับเร็ว
ความเสียหาย รุนแรง  หากเป็นการชนต่อเนื่อง
การบาดเจ็บ ปานกลาง สาเหตุ หลับใน ขับเร็ว
ความเสียหาย
รุนแรง
การบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เสียชีวิต หากเกิด การมุดใต้ท้องรถคันที่ถูกชน
สาเหตุ ขับเร็ว หลับใน แซงซ้าย ตัดสินใจล่าช้า ใช้เบรคไม่ถูกต้อง
รถเก๋งความเสียหาย รุนแรง  เนื่องจากแรงชนสูง (Momentum)  การบาดเจ็บ ปานกลางความเสียหาย รุนแรง  หากเป็นการชนต่อเนื่อง
การบาดเจ็บ ปานกลาง สาเหตุ หลับใน ขับเร็ว
ความเสียหาย รุนแรง  หากเป็นการชนต่อเนื่อง
การบาดเจ็บ ปานกลาง สาเหตุ หลับใน ขับเร็ว
ความเสียหาย
รุนแรง
การบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เสียชีวิต หากเกิด การมุดใต้ท้องรถคันที่ถูกชน
สาเหตุ ขับเร็ว หลับใน แซงซ้าย ตัดสินใจล่าช้า ใช้เบรคไม่ถูกต้อง
รถจักรยานยนต์ความเสียหาย รุนแรง  เนื่องจากแรงชนสูง (Momentum)  
การบาดเจ็บ โอกาสเสียชีวิตสูง
ความเสียหาย รุนแรง  
การบาดเจ็บ รุนแรง เสียชีวิต สาเหตุ หลับใน ขับเร็ว
ความเสียหาย รุนแรง  หากเป็นการชนต่อเนื่อง
การบาดเจ็บ ปานกลาง สาเหตุ หลับใน ขับเร็ว
ความเสียหาย
รุนแรง
การบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เสียชีวิต หากเกิด การมุดใต้ท้องรถคันที่ถูกชน
สาเหตุ ขับเร็ว หลับใน แซงซ้าย ตัดสินใจล่าช้า ใช้เบรคไม่ถูกต้อง

แนวทางป้องกันแก้ไข
ก่อนอื่นทุกท่านที่ขับขี่จะต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ เรื่อง ความเร็ว(Speed) ระยะหยุดรถ (Stopping Distance) การขับขี่รถหัวใจอยู่ที่ ระยะเวลาตอบสนอง (Response Time) สำคัญที่สุดนะครับ

ระยะเวลาตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการตัดสินใจ (เหตุฉุกเฉิน มองเห็น ตัดสินใจ ลงมือเบรค หรือ หักหลบ) มีระยะเวลาประมาณ 0.75 วินาที (กรณีเราตั้งใจมีสมาธิ Concentrate ในการขับขี่) ซึ่งในการขับขี่ก่อนจะเกิดเหตุ รถจะวิ่งไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะตัดสินใจและลงมือเบรค รถอาจจะวิ่งไปได้ถึง 21 เมตร (ที่ความเร็ว 100 กม./ชม.) ดังนั้น ถ้ามีคนตัดหน้าที่ ระยะ 20 เมตร จะชนแน่นอน ในเขตชุมชน จึงมีป้ายจำกัดความเร็วที่ 50 กม./ชม.) แต่บนถนนหลักอาจจะอยู่ที่ 80-90 กม.ดังนั้นการป้องกันการชน ควรคำนึงถึงความเร็วที่ท่านขับขี่ และสิ่งเหล่านี้
1. ต้องเน้นการเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า 2 วินาที 3 วินาที 4 วินาที และเพิ่มเป็นสองเท่าหากฝนตก ถนนลื่น
ลองไปศึกษานะครับ ว่ามีการนับอย่างไร จึงจะได้ระยะห่างตามต้องการ
2. ในเวลากลางคืน กรณีรถชนท้ายรถที่จอด หรือ ชนสิ่งกีดขวาง สิ่งที่ควรทำคือ การลดความเร็ว ควรขับเร็วภายใต้สภาพแวดล้องของแสงสว่างจากไฟถนน หรือไฟของรถที่ท่านขับ อย่าเดา อย่าเสี่ยง และถ้ามีฝนตก หมอกลงต้องลดความเร็วทันที อย่าขับรถเร็วกว่าแสงไฟหน้า (Don’t driving beyond low Beam) และใช้ไฟสูง เมื่อจำเป็น
3. กรณีเมาสุรา จะทำให้ระยะเวลาตอบสนอง (Response Time) อาจจะมากกว่าปกติ 4 เท่า
4. กรณีรถติดฟิมล์กรองแสง ทึบเกินไป จะลดระยะมองเห็นลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่แสงลดลง ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่ ติดฟิลม์ชนิดทึบ ให้แสงผ่านได้แค่ 20 % เท่านั้น จึงเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงมากขึ้น
5. กรณีรถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ มักขาดความรู้ในการใช้ระบบห้ามล้อ หรือที่เรียกว่าเบรค เบรคหน้า เบรคหลัง ของรถจักรยานยนต์อย่างถูกต้อง ทั้งในเรื่องของการใช้เบรคหน้า การจับก้านเบรค อย่างถูกวิธี เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินจริงๆ จะตัดสินใจไม่ทัน และใช้เบรคหลังเพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดการชนท้าย ซึ่งถ้าเป็น จยย.จะทำให้หยุดรถไม่ทัน รวมทั้งการไม่สวมหมวกนิรภัย ทำให้มีแรงลม แมลง เข้าตาก็เป็นสาเหตุสาเหตุหนึ่งของการชนท้าย
6. หลับใน(Speepy) เหนื่อยล้าอ่อนเพลีย (Fatiuqe) เป็นสาเหตุที่ร้ายที่สุดของการชนท้าย ซึ่งมักจะเกิดกับรถขนาดใหญ่ หรือ การขับรถทางไกล แต่ก็อาจจะเกิดกับ ผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับได้เช่นกัน รวมทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์
7. นอกจากนั้นแล้ว ผู้ขับขี่ที่ขับรถผิดวิธี เช่น แซงซ้าย แซงบนสะพาน แซงทางโค้ง ที่มีระยะมองเห็น (Sight distance) จำกัด (ปกติควรมองเห็นอย่างน้อย 300 เมตร เพื่อความปลอดภัย) อาจจะะทำให้เกิดการชน และการชนท้ายได้ง่ายๆ จึงไม่ควรทำเด็ดขาด

ด้วยความปรารถนาดี จาก SiamDriver.Org