รถไฟฟ้า EV ให้ระบบป้องกันอุบัติเหตุ มาแบบครบครัน เกือบทุกรุ่นโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเหมือนรถญี่ปุ่น น่าจะทำให้ปลอดภัย เกิดการชนน้อยลง ชนแล้วบาดเจ็บน้อยลง เมื่อนำมาพิจารณาแล้ว เรื่องที่คุณกล่าวอ้าง จึงเป็นเรื่อง ฉวยประโยชน์จากบริษัทประกันภัย มากกว่า ถ้ามันแพงก็ไม่ต้องไปประกันมัน หรือใช้ประกัน 2 พลัสแทน
1. ชนน้อยลง เสียหายน้อยลง เพราะเทคโนโลยี Active Safety ดีกว่า
2. ดังนั้น จากข้อ 1 บาดเจ็บตายน้อยลง ค่ารักษาน้อยลง เพราะ Passive Safety ดีกว่า
3. คนขับรถไฟฟ้า EV ส่วนใหญ่จะไม่รีบร้อน เพราะยิ่งเหยียบยิ่งกินไฟมาก ขับสบายๆ 100 km./hr. ประหยัดมาก ลดโอกาสชน
4. ทางไกลหยุดจอดชาจน์ไฟ ได้พักผ่อนไปด้วย อาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ง่วงนอน หายไป ความปลอดภัยมาทันที
5. ยังไม่เคยเห็นปัญหาขโมยรถไฟฟ้า EV เพราะมีระบบติดตามบอกตำแหน่ง และสามารถดับเครื่อง ผ่านแอปพลิเคชั่นได้
ุ6. ชิ้นส่วนน้อย การบำรุงรักษาน้อย ค่าบำรุงรักษาต่ำ โอกาสที่กลไกแมคคานิคพัง จึงน้อยไปด้วย อุบัติเหตุที่เกิดจากกลไกผิดพลาด จึงน้อยกว่า
ฯลฯ
ถามว่า แค่นี้บริษัทประกันยังไม่ได้กำไร อีกเหรอ แต่ก็ตั้งราคาแพง และถูกนำมากล่าวอ้างเสมอๆ