1.ลุงอายุ 59 ปี แต่ความจริงอายุน้อยกว่า ผมนะ มาขายไอติม ในงานขาวดำ ที่วัดปลักไม้ลาย นครปฐม จู่ๆ ก็มาถามผม คงเห็นว่า รูปร่างลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่ บอกว่า ตะกี้ผ่านมาตามคันคลองส่งน้ำ มีวัยรุ่นนอนขี่จักรยานยนต์ แล้วเสียหลักตกไปในคันคลอง ดีที่ไม่เสียชีวิต แต่มีรถกระบะหักหลบพลิกคว่ำไปด้วย 1 คัน ดูแล้วในช่วงสงกรานต์ ว้ยรุ่นก็ยังถือว่า เป็นช่วงปลดปล่อยพลังหนุ่มสาว วัยรุ่น ของชีวิต ทำทุกอย่างที่ไม่น่าจะปลอดภัย และเกิดอุบัติเหตุมากกว่า ที่รายงานของทางราชการอย่างน้อย 4 เท่าตัว อันนี้ โรงพยาบาล และตำรวจรู้ดี
2.สำรวจชาวบ้านที่มาในงานขาวดำ มีรถจักรยานยนต์เวฟ ประมาณ 20 คัน คนที่มาก็มีแต่สูงวัย ไม่มีวัยรุ่น ตรวจสภาพแล้วติดทะเบียนเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครใส่หมวกกันน๊อค อาจเป็นเพราะว่าขับขี่ในชุมชน ต่อมาสักครู่ใกล้จะเลิกงาน มักทายก ก็ประกาศว่าในหมู่บ้านมีด่านชุมชนตรวจอยู่ ช่วยให้ความร่วมมือด้วย (แปลว่าด่านชุมชน ไม่บังคับให้สวมหมวกนิรภัย)
3.คุยกับคุณลุง บอกว่า ขายไอติมยี่ห้อนี้ ได้ค่าจ้างวันละ 380 บาท ต้องทำยอดให้ได้วันละ 1000 บาท กินนอนอนอยู่ที่ ศูนย์กระจายสินค้า ที่กำแพงแสนห่างออกไปอีก 30 กม วันไหนถ้าดึกแล้ว เห็นว่าไม่ปลอดภัย ก็จะโทรไปบอกว่า ขอค้างตามพื้นที่ หากขายครบ 5 ปี บริษัทก็จะยกรถคันนี้ให้ทั้งคันเลย (ก็คงเสื่อมสภาพแล้ว) แต่ก็ยังดีว่าไม่ให้ ลุงก็ดูแลรักษาสภาพรถเป็นอย่างดี หมั่นเปลี่ยนยางดูแลเบรค ไฟ ไฟเลี้ยว และใช้เบรคอย่างถูกต้อง ไม่น่าห่วงเท่าไหร่

สิ่งที่อยากจะสื่อสารคือ
1.วุฒิภาวะ วัย ช่วงอายุ อาชีพ บริษัทที่ทำงาน มีความสำคัญที่จะให้คนเกิด ความรู้ความเข้าใจ ในวิธีการใช้ยานพาหนะอย่างถูกต้อง จะเป็นวิธีจะทำให้เกิดความปลอดภัยทางถนน อย่างแท้จริง
2.ด่านชุมชนมีประโยชน์ไม่แพ้ด่านจราจร นะครับ เพราะด่านชุมชนอยู่ในพื้นที่ ด่านจราจร นั้นอยู่แต่ในเมือง ไม่ครอบคลุมพื้นที่ ในเขตท้องถิ่นชุมชน ต้องให้เขาทำหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนให้ จยย.ด้วยเน้อ