1.รถจักรยานยนต์ วิ่งตามเส้นประจนเคยชิน และ
2.ขับแบบ Weaving ส่ายไปมาบ่อยๆ ตัดหน้าโดยไม่ให้สัญญานไฟ
3.พอพูดว่าเป็นไฟเลี้ยว ชาวบ้านก็นึกว่าจะเปิดก็ต่อเมื่อเลี้ยวเท่านั้น แต่ความจริงมันคือสัญญานเตือนว่าจะไปทางไหน เปลี่ยนช่องทางก็ต้องให้สัญญาน (วาทกรรมที่ต้องแก้ ทำความเข้าใจ) คนขี่จยย. อย่างเดียวส่วนใหญ่จะไม่เปิด แต่ถ้าขี่รถยนต์ด้วย เวลาขี่จักรยานยนต์ จะเปิดไฟกระพริบเตือน (ไม่ใช่ไฟฉุกเฉิน) อันนี้คือปัญหาใหญ่
4.เวลาที่ เบาคันเร่งของรถจักรยานยนต์ นั้น ความเร็วจะตกลงอย่างรวดเร็ว แต่รถยนต์ไม่ใช่ เมื่อเบาคันเร่งแล้ว ความลดลงช้า ความหน่วงช้าดว่า และไม่มีไฟเตือน คนข้บรถยนต์จึงไม่รับรู้เบรคไม่ทัน เพราะความเร็วของรถรถยนต์จะลดลงช้ากว่าเมื่อถอนคันเร่ง (ถ้าไม่ขี่ จยย.ไม่รู้) กลายเป็นว่าคนขับรถยนต์ใจลอยไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ แต่รถจยย.ไม่มีใครรู้ ไม่ตระหนักว่า จะมีอาการแบบนี้ รถยนต์ก้อไม่รู้ เลยเกิดเหตุ ชนบ่อยๆ
5.ปัญหาแบบนี้บางครั้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผู้สืบสวน ต้องเข้าใจ ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างรถคู่กรณี ทั้งสองคัน ก็ต้องเข้าใจ มันอาจจะชนไม่แรง แต่เมื่อเกิดเหตุ เหมือนสะกิดกัน จะทำให้จักรยานยนต์เสียหลัก และบาดเจ็บ
บทสรุป เคสชนจักรยานยนต์ บางเคสจึงเป็นแบบนี้ ทุกคน ต้องทำความเข้าใจ สภาพการขับขี่ เทคนิคการขับขี่ ที่มีความแตกต่างกันของรถแต่ละประเภท เพราะสุดท้ายจะทำให้เกิดการชน แบบไม่ได้ตั้งใจ หรือไม่ประมาท ทั้งสองก็ชนได้ ครับ