ต้องทำให้ประชาชน เชื่อมั่นว่า

1. ค่าปรับที่จ่ายไปเป็นประโยชน์กับสังคม เช่น 5% เข้ารัฐ 45 % ให้ตำรวจ เอาไปใช้จ่ายทำงานบังคับใช้กฏหมาย 45% เข้าโรงเรียน ผู้กระทำผิด สามารถระบุ ให้จ่ายเลือกโรงเรียนที่ตนเองเคยเรียนหรือมีความประสงค์ และหักภาษีได้ 2 เท่า เป็๋นต้น เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนวินัยจราจร ในโรงเรียน

2. ค่าปรับที่จ่ายไป ไม่ถูกนำไปเข้ากระเป๋า นายตำรวจที่มีอำนาจคุมระบบ ไม่กี่คนจนร่ำรวย

3. กระบวนการบังคับใช้กฏหมายที่มีอยู่เดิม ดีอยู่แล้ว แต่ตำรวจบางคนไป หาวิธีพิศดาร ทำทางลัด ข้ามขั้นตอน แก้ไขกฏหมาย จนเกิดเรื่อง กลายเป็นผิดขั้นตอนกฏหมาย ยังดีนะครับที่ศาลปกครอง ไม่ให้คืนค่าปรับ ไม่งั้นจะเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้

4. ต้องแก้กฏหมาย หรือ ร่างกฏหมายวิธีบังคับใช้กฏหมายจราจรใหม่ แยกออกจาก กฏหมายปรับเป็นพินัย

4.1 ช่วงแรกกลับไปใช้ ตาม พรบ.จราจร เดิมก่อน พนักงานสอบสวนไม่พอ ก็ให้รับพนักงานสอบสวนเพิ่ม ตำรวจทางหลวง คือ ต้นเหตุของเรื่อง ต้องรับพนักงานสอบสวนเพิ่ม

4.2 ร่างกฏหมายวิธีบังคับใช้กฏหมายจราจรใหม่

4.3 ให้มีศาลจราจร ขนส่ง

ก. ฟ้องเร็ว คดีพรบ.จราจรทั่วไป

ข. พิจารณาคดีอุบัติเหตุจราจร รถชน ทั้งคดีอาญา และแพ่งไปด้วยกัน

ค. พิจารณาคดีขนส่ง ผิด พรบ.ขนส่ง รถยนต์

ประชากรรถ 40 ล้านคัน มีการใช้รถวันละ 10 ล้านคัน มีความผิดจราจร วันละ 2 ล้านความผิด อุบัติเหตุปีละ 5 ล้านครั้ง คนตายปีละ 20000 คน พิการ 50000 คน เจ็บปีละ 1000000 คน ถามว่าควรมีศาลจราจรได้หรือยัง

สิ่งที่สำคัญคือการตัดสินของศาล จะเป็นบรรทัดฐานและแนวทางให้ตำรวจราจร พนักงานสอบสวนคดีจราจรได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องต่อไป

ตลอดจนเป็นบรรทัดฐานให้ประชาชน ผู้ขับขี่ถือเป็นแนวทางการปฏิบัติ