เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ตั้งแต่ 0900-1600 น. ได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนา ที่ Thai PBS ในหัวข้อเสวนา อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์จะแก้ไขอย่างไร ในที่ประชุมมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา มาร่วมกันออกความเห็น ถึงแนวทางแก้ไขปัญหา
– บ้างก็ว่าต้องใช้หลักการ 5 เสาหลัก 5 pillars ของ WHO
– บ้างก็ว่าต้องใช้การฝึกทักษะในการขับขี่ จักรยานยนต์ให้ประชาชนอย่างเข้มข้น
– ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็บอกว่า ได้พยายามแก้กฏหมายจราจรแล้ว เรื่องค่าปรับ แต่กฏหมายวิธีพิจารณาความจราจร ยังไม่มี การประสานงานกับ กรมการขนส่งทางบกได้ดีพอ (อยากจะบอกว่าเดินทางผิดตั้งแต่แรก)
– ท้องถิ่นก็บอกว่า มีความพร้อมที่จะบังคับใช้กฏหมายจราจรด้วยตนเอง แล้ว คิดว่าท้องถิ่นมีความเข้าใจประชาชนของตนเองได้ดีกว่า
– แต่มีอยู่ท่านหนึ่งกล่าวว่า (น่าจะตำรวจจราจร) มีปราชญ์คนหนึ่งกล่าวไว้ว่า”มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ยังคงแก้ปัญหาด้วยวิธี มาตรการเดิมๆ โดยหวังว่ามันจะเกิดผลสำเร็จ” อืมมมๆ ก็น่าจะจริง เพราะแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรมานานกว่า 30 ปี ก็ยังไม่สำเร็จ แปลว่าอะไร ขนาด WHO ยังเปลี่ยนวิธีคิดทุก 10 ปีเลย
- ในช่วงเช้า เสนอว่า เพื่อแก้ปัญหาการไม่ยอมชำระค่าปรับของผู้กระทำผิด ควรแก้กฏหมายให้ผู้กระทำผิด สามารถจ่ายค่าปรับ ระบุเงินค่าปรับให้แบ่งเข้าโรงเรียนที่ตัวเองประสงค์ได้ครึ่่งนึง (ระบบบัญชีธนาคาร สมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยาก) ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นยังคงให้ตำรวจจราจร เพื่อให้นำมาใช้ในภารกิจการจัดการจราจรและอุบัติเหตุของตำรวจจราจรต่อไป
- ในช่วงบ่าย เสนอว่า ควรให้ท้องถิ่นทำเรื่องทะเบียนรถจักรยานยนต์แทน ขบ. ในเรื่อง การจดทะเบียน ป้ายทะเบียน ตรวจสภาพ(โดยร้านในชุมชน) หมวกกันน๊อค การฝึกอบรม สนามฝึกอบรม เมื่อมีอุบัติเหตุ แทนที่จะไปวัดเป็นประธานสวดอภิธรรม อย่างเดียว ก็ให้สืบสวน อุบัติเหตุและกำหนดมาตรการแก้ไขไปด้วย ท้องถิ่นอยู่ใกล้ชิดประชาชนมากกว่า ตำรวจจราจร ขนส่ง เยอะมาก เห็นปัญหาทุกวัน ถ้าให้อำนาจเขาก็จะแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ผชช. ตร.จร. ขนส่ง ก็ Coaching ให้ท้องถิ่นก็พอครับ ส่วนงบประมาณ เขามีอยู่แล้ว
อันที่จริงแล้วผมอยากบอกที่ประชุมว่า ที่มันแก้ไม่สำเร็จ ตายกันเยอะๆ เพราะราชการบ้านเราคอร์รัปชั่น ตะหาก และเมื่อคอร์รัปชั่น เอกชนก็ละเลยมาตรฐานความปลอดภัยได้แบบง่ายๆ เนียนๆ ถึงได้ตายกันเยอะไง
อย่างไรก้อตาม ผมได้เสนอในวงสัมมนาดังนี้
คิดว่าจะมีหลายคนในห้องสัมมนาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เผลอขำด้วย แต่ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดลอง ทำใหม่ แก้ปัญหาแบบเดิมๆ ก็ไม่สำเร็จสิครับ บ้านเรายังเป็นแบบนั้นอยู่นะ