จากปี 2545 จนถึงทุกวันนี้ ทุกเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ อุบัติเหตุ ราวๆ 3,500 รายต่อเทศกาล เคสน่าสนใจศึกษาราวๆ 500 รายต่อเทศกาล แต่ยังไม่เคยเห็นการวิเคราะห์อุบัติเหตุ แบบจริงๆ จังๆ จาก ปภ. นอกจากรายงานเป็นร้อยละ ปัจจุบันทำด้วย BI แต่ยังไง ก็เอาไปแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ดี เพราะ พึ่งพาแต่การบังคับของตำรวจ ที่ไม่ได้มีงบประมาณอะไร และไม่เคยได้เพิ่ม (ไม่เหมือนสร้างตึกสร้างถนน งบเยอะมาก) การรักษาชีวิตคน จะไม่ต้องใช้งบประมาณเลยจริงหรือ (ไม่ว่า ปภ.หรือ ตร. ก็ได้งบดำเนินการน้อยมาก จนน่าประหลาดใจ) แต่ละปีก็ไม่มีอะไรใหม่ ปรับมาตรการยังไง ก็เหมือนเดิม ถึงเวลาก็จะมีการประชุม ผู้เชี่ยวชาญมั่งไม่เชี่ยวชาญมั่ง ก็จะออกมาให้ความเห็น จบเทศกาลก็เลิก ไม่มีอะไรทำต่อ ปัญหาไม่ได้ถูกแก้ วิธีการยังเหมือนเดิม สิ่งที่คาดหวัง คือศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งชาติ ที่มีงบประมาณ องค์ความรู้ และความเป็นอิสระ ระดมทุนจาก บริษัทรถยนต์ บริษัทน้ำมัน กองทุนน้ำมัน ภาษีเหล้า มาใช้ (ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีการทำงาน ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน) ต้องเริ่มเปลี่ยนได้แล้ว
ทุกนี้ ปภ.เก็บข้อมูลมารายงานที่ประชุม จากตำรวจ แค่เริ่มก็ ไม่ใช่ละ ตำรวจทั้งทำคดีอุบัติเหตุ รายงาน และออกไปป้องกันบังคับใช้กฏหมาย ทุกวัน รวมทั้งในเทศกาล (ก็ทั้ง 3,500 เคสนั่นแหละ) แต่คนแถลงผลการทำงานกับเป็น ปภ. ก็ตลกดี สำหรับประเทศนี้ คืองาน 90 % อยู่ที่ตำรวจ คือเหนื่อยแท้ วันๆ ในเทศกาล ตำรวจก็แล่นไปแล่นมา เอ๊ยวิ่งไป วิ่งมา เหนื่อยมากๆ เอาผลงานไปให้ใครแถลงไม่รู้ เจ็บลึกๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ 23 ปี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก กระนั้นก็ตาม ตำรวจก็ยังทำอยู่ เพราะเป็นเผ่าพันธุ์แแปลกประหลาด ปล.อยากแอบบอกว่าแม้กระทั่งช่วงเริ่มต้น แบบฟอร์มการรายงาน ก็เอาไปจากเรานี่แหละ แต่ก็มีพัฒนาดีขึ้นมาก ขอชมแต่การวิเคราะห์คงไม่ใช่นะ กล่าวโดยสรุป ทั้ง ปภ. และตำรวจเอง ก็ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ ได้ดี มาตรการที่ออกมาไม่ค่อยได้ผล จึงควรมี ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งชาติ ที่เป็นอิสระมั้ย รีบๆ เหอะ ระบบราชการ ทำไม่ได้หรอก ว่าแต่จะยอมปล่อยมือหรือไม่แค่นั้นแหละ
นึกถึงตอนเป็ฯร้อยเวร ที่ออกไปที่เกิดเหตุ กลางวัน กลางดึก แล้ว ไป รพ. ดูคนเจ็บ สมัยก่อน 30 ปีที่แล้ว ต้องส่งคนเจ็บด้วย โดยใช้รถตัวเอง ส่วนรถหลวง ต้องเอาไปไล่รถที่ชนแล้วหนี แล้วกลับมาทำสำนวน 200 แผ่น ให้อ้ยการฟ้อง บางคดีต้องจำเรื่องราวไป 5 ปี กว่าจะเสร็จ บางคดีต้องตามผู้ต้องหาที่หนี ถึงชายแดน แถมยังต้องมาป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลทุกวันทุกคืน จนกว่าจะเสร็จสิ้น แต่ก็ยังรอดมาได้ สรุปแล้วทำทุกอย่างในกระบวนการ มากกว่า 2000 เคส เข้าไปเรียน AIT หวังว่ามันจะน้อยลง สรุปคือ อุบัติเหตุมากกว่าเดิม การเป็นพนักงานสอบสวนคดีอุบัติเหตุจราจร จึงไม่ใช่เรื่องง่าย สาห้สเลยทีเดียว ผ่านมาได้ก็ดีแล้ว
แต่พอให้ความเห็นอะไรไป กลับไม่มีใครเชื่อ เพราะไม่ได้เป็นผู้มีตำแหน่งทางวิชาการ