ปัญหาของทางม้าลาย จากเคสหมอกระต่าย ทางม้าลายที่อยู่บนถนนพญาไท และห่างจากทางแยกราชเทวี แค่ 120 เมตร
1.ข้อมูลทางม้าลายทั่วประเทศ
- ทั่วประเทศไทยมีทางม้าลายประมาณ 20,000 แห่ง และ กรุงเทพมหานคร มีทางม้าลาย 5,000 แห่ง
- ความเป็นเจ้าของงบประมาณการก่อสร้างทางม้าลาย แบ่งตามความเป็นเจ้าของถนน และงบประมาณ
2.หลักคิดในการสร้างทางม้าลาย
2.1 ความต้องการของการสร้างทางม้าลาย ส่วนใหญ่สร้างตามปริมาณคนข้ามบริเวณเหล่านั้น
2.2 ความปลอดภัยในการข้ามทางม้าลาย ขึ้นอยู่กับกายภาพถนน ความกว้างของถนน จำนวนช่องทางจราจร ที่สำคัญคือ ปริมาณรถที่แล่นผ่านทางม้าลายนั้นๆ รวมถึงความเร็วของยานพาหนะที่แล่นผ่าน นอกจากนั้นแล้วประเภท และ หน้าที่ของถนนยังเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทางม้าลายว่าควรมีหรือไม่อีกด้วย รวมไปถึงการอยู่ใกล้กันเกินไปกับจุดวิกฤตจราจร หรือไม่ เช่น สี่แยกที่มีทางข้ามอยู่แล้ว หรืออยู่ในทางโค้ง
2.3 การตัดสินใจในการสร้างทางม้าลาย ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและโอกาสในการชน ที่มีหลักการคำนวณ และมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานทางหลวงสหรัฐอเมริการะบบ AASTHOสำหรับประเทศไทย สำนักงานนโยบายการขนส่งและการจราจร ได้กำหนดมาตรฐานการก่อสร้าง และความปลอดภัยไว้เมื่อปี 2546 โดยอาจสร้างเป็นทางข้ามเสมอระดับ ทางม้าลาย ต่ำกว่าระดับ อุโมงค์ หรือ สูงกว่าระดับ สะพานลอย
สรุปว่า ความต้องการเดินข้ามการตัดสินใจก่อสร้าง การกำหนดให้เกิดความปลอดภัยเป็นของ เจ้าของทาง ถนนนั้นๆ
3.กฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ได้มีหลักการเกี่ยวกับทางม้าลายไว้ดังนี้
3.1 ให้ผู้ขับขี่ระมัดระวังคนเดินเท้าไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก คนชรา คน)
ไม่ให้เกิดการเฉี่ยวชน (ซึ่งเขียนไว้กว้างเกินไป)
3.2 หากทางม้าลายมีการติดตั้งสัญญานไฟไว้ ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญานไฟจราจรนั้น
3.3 ไม่มีกฎหมายหรือหยุดเมื่อจะขับผ่านทางม้าลาย แต่ต้องปฏิบัติตามป้ายสัญญานที่ติดตั้งไว้ เช่น ลดความเร็ว แต่ไม่ได้บอกให้หยุดให้คนข้ามทันที หรือมีป้ายจราจรประเภทเตือนให้ระมัดระวังคนข้าม
3.4 หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอยู่ และให้สัญญานหยุด จึงจะต้องหยุดรถ ให้คนข้าม หากไม่หยุดจะเป็นความผิด
สรุป กฎหมายจราจรไทย ไม่ได้ช่วยอะไร มากนัก จึงต้องอาศัยทำให้เกิดจิตสำนึก ความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ ที่ดี ส่วนผู้ขับขี่ที่ขาดจิตสำนึกจำนวนมาก ก็ยังขับขี่รถแบบขาดจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อไป
4.กรณีทางม้าลายหมอกระต่าย
เกิดการขับขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ไม่ใช่รถทางราชการ) เฉี่ยวชนแพทย์หญิงจนเสียชีวิต แน่นอนว่าเป็นความผิดของผู้ขับขี่ของตำรวจโดยแท้ แต่การแก้ไขกับแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพของ นักวิชาการ ผู้บริหารเมือง วิศวกร ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควรจะมองเห็นว่า จุดๆ นี้ไม่สามารถที่จะสร้างทางม้าลายได้ เพราะใกล้จุดวิกฤตจราจรมากเกินไป แต่ยังยืนที่จะสร้าง และให้มีทางม้าลายนี้อยู่ต่อไป โดยพยายามที่จะเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัยให้มากขึ้น แต่ก็ยังเกิดการชนคนข้ามทางม้าลายอยู่บ่อยครั้ง ดังนี้
1.พวกคุณข้ามกฎเกณฑ์ของการทำทางม้าลาย จุดนี้ห่างจากทางแยกเพียง 120 เมตรเท่านั้น แต่เนื่องจากผู้มีอำนาจไม่ยอมที่จะเดินไปข้ามบริเวณทางม้าลายตรงทางแยก จึงเรียกร้องให้เกิดทางม้าลายในจุดนี้ ทำให้เกิดปัญหาอย่างใหญ่หลวงตามมาและยากที่จะแก้ ต่อให้จัดสรรงบประมาณอุปกรณ์ความปลอดภัยมากมายเท่าไหร่ก็ตาม ด้วยกายภาพของถนนเส้นนี้ ที่เป็นทางระบายรถจากในเมือง เมื่อรถยนต์ได้สัญญาณไฟเขียวย่อมที่จะต้องเร่งออกมาและไม่สามารถหยุดได้อย่างกะทันหันในระยะจากไฟแดงเพียงแค่ 120 เมตรแถมในจังหวะที่มีสัญญาณไฟแดงก็จะมีรถที่เลี้ยวโค้งมาจากถนนศรีอยุธยาและเร่งความเร็วออกมาด้วยจึงเป็นการยากที่ผู้ขับขี่ จะตัดสินใจยอมที่จะหยุดรถจึงเกิดเหตุซ้ำซาก เพราะคุณไม่ยอมเข้าใจหรือฝืนธรรมชาติ การขับขี่ของมนุษย์ แต่พยายามที่จะเบี่ยงประเด็นให้เป็นความผิดของผู้ขับขี่ ทั้งในเกิดเหตุชนและมีเวลาปกติ ไม่มีประเทศไหนเขาทำกันวางทางม้าลายในระยะ 120 เมตรในถนนสายหลัก ที่พึ่งจะมีสัญญาณไฟแน่นอนว่าขับขี่ย่อมเฝ้ารอสัญญาณไฟเขียว ต่อให้เป็นผู้ขับขี่ที่มีความระมัดระวังแต่เมื่อตนเองต้องมีหน้าที่เร่งออกไปเพื่อ ให้รถคันหลังได้ตามมาแล้วเกิดการระบายรถ ที่แออัดอยู่ด้านหลังจาก ปทุมวัน สยาม จุฬา ที่ติดขัดทั้งวัน การเร่งรีบออกจากทางแยกเมื่อได้สัญญาณไฟเขียวจึงเป็นสิ่งจำเป็นนะครับ
2.การฝืนธรรมชาติ ของมนุษย์ โดยยอมที่จะสร้างทางม้าลาย แล้วใส่อุปกรณ์ต่างๆนานาอย่างเต็มที่นั้น จึงเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้และจะทำให้เกิดซ้ำซ้อนต่อมา ซึ่งแทนที่จะสร้างสะพานลอยให้ถ้าอยากจะทำจริงๆนะครับก้อ ไม่ทำ แต่ผู้ที่ขอทางม้าลายตรงนี้หรือผู้ที่เป็นวิศวกรแล้วพยายามปรับปรุงความปลอดภัยทางม้าลายตรงนี้ ยังไม่ยอมประเมินว่าผลของการสร้างทางม้าลายตรงนี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเลือกวิธีการแก้ไขที่ไม่เหมาะสมไม่ปลอดภัยให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเคสหมอกระต่าย 1 ปี ก็มีแพทย์ระดับศาสตราจารย์ถูกจยย ชน บริเวณตรงนี้จนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตภายหลังมาแล้ว นั่นแปลว่าความรับผิดชอบที่จะทำต้องเกิดขึ้น แต่วิศวกรก็ยังยอมให้เกิดและก็ไม่เคยถูกลงโทษใดๆเลย
3 ดังนั้นจึงอยากจะให้วิศวกรหรือผู้รับผิดชอบ ตระหนักในเรื่องการสร้างทางข้ามเสมอระดับผิวถนนให้มาก รวมไปถึงทางข้ามเสมอผิวระดับถนน หรือทางม้าลายในทุกๆแห่งทั่วประเทศ จะต้องคิดให้รอบคอบรอบคอบ ว่าควรจะทำอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยอย่างแท้จริง ไม่ใช่พอไม่ปลอดภัยก็มาแก้ครั้งหนึ่ง เกิดความไม่ปลอดภัยอีกก็มาแก้อีก วนลูปอยู่แบบนี้ สิ้นเปลืองงบประมาณ และเหมือนหลอกให้คนข้ามถนนถูกชนอยู่ร่ำไป บาปกรรมจะตกกับตัวท่าน แล้วผู้เป็นต้นคิดครับ ท่านอาจบอกว่าท่านไม่ได้เป็นผู้ขับขี่รถไปชนใคร แต่ท่านสามารถตัดสินใจที่จะสร้างหรือไม่สร้างทางม้าลายได้นะครับ
ต้องลองไปดูงานที่ญี่ปุ่นนะครับ เขาทำอย่างไร เขาเป็นผู้ผลิตรถ มาขายบ้านเรา และสามารถลดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริง แต่ก็ยังมีปัญหารถชนคนอยู่บ้าง ต้องคิดว่า แนวทางแก้ปัญหาของบ้านเราที่ท่านเสนอนั้นทำได้ผลร้อยเปอร์เซนต์มั้ย อย่าลองผิดลองถูก ด้วยชีวิตคน
1. ทำทางม้าลายกึ่งกลางบล๊อคให้น้อยที่สุด ร้อยละ 90 ของเขา ทำทางม้าลายที่ทางแยก และมีสัญญานไฟเท่านั้น (ถ้าไม่เชื่อลองส่องกูเกิ้ลดู)
2. ทางม้าลายกึ่งกลางบล๊อค นั้นจะมีเฉพาะในถนนสายเล็กๆ ที่มีปริมาณการจราจรน้อยจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนที่ มีเกิน 2 ช่องทางจราจรขึ้นไป เขาไม่ทำทางม้าลายอย่างแน่นอน ยกเว้นแต่จะใส่สัญญานไฟจราจรเข้าไป
3. ทางม้าลายคือกล่องสุ่ม ถูกต้อง ในถนนที่มีการจราจรพลุกพล่าน แต่ละช่องทางวิ่งด้วยความเร็วไม่เท่ากัน ทำให้การคาดเดาจังหวะที่ถนนว่างทำได้ยากมาก การข้ามของผู้สูงอายุ ที่สายตาไม่ดี และ ร่างกายไม่ดีพอ จึงไม่อาจข้ามได้อย่างปลอดภัย
4. การเชื่อว่า มีกฏหมายจำกัดความเร็วในเมือง แล้วจะทำให้ ผู้ขับขี่รถ รถจักรยานยนต์ ปฏิบัติตามนั้นเป็นเรื่องตลก และ ไม่มีผู้บังคับใช้กฏหมายคนไหน จะไปยืนคอยจับให้ท่านได้ตลอดเวลา ถ้าอยากจับก็ต้องไปยืนจับเอง อย่ามาด่ากัน ในโลกนี้ ไม่มีตำรวจจราจรประเทศไหนต้องมายืนเฝ้าทางม้าลาย
5. ถ้าแก้แล้ว ป้องกันแล้ว ยังเกิด อย่าเสนอวิธีการใหม่ ให้ยกเลิกทางม้าลายนั้นไปเลย ทำสะพานลอย หรือต้องติดสัญญานไฟจราจร ทันที ถ้าจำเป็นต้องให้มีการข้าม
6. กายภาพถนน สมรรถภาพของคนข้ามจึงสำคัญที่สุด ในขณะที่สมรรถนะยานพาหนะนั้นแรงขึ้นทุกวัน แต่จิตใจน้ำใจผู้ขับขี่จยย บ้านเรา หาได้ยากมาก อย่าหวังว่าเขาจะปราณีคนข้ามถนน ยากมาก
7. ฝรั่งสูง 180 ซมทำรถมีความสูง 150 ซม เพราะอะไร เพราะคนข้ามถนน แต่มีรถบัง รถที่วิ่งมาจะยังมองเห็นศรีษะคนข้าม แต่บ้านเรา ตัวเตี้ย แต่นิยมรถสูง ทำให้มองไม่เห็น ถ้ามีรถบัง ทำให้หยุดไม่ทัน
8. ผู้ขับขี่ จยย. ที่สวมหมวกนิรภัย และต้องก้มขับขี่ ทำให้มีมุมมองจำกัด จะส่ายศีรษะ มองคนข้ามซ้ายขวา ยากกว่า ผู้ขับขี่รถยนต์อย่างมาก ถนนที่มีจักรยานยนต์มาก คนข้ามถนนจึงเสี่ยงที่จะถูกรถจักรยานยนต์ชนอย่างมาก
9. นึกถึงอุโมงค์คนข้าม ที่ถนนพญาไท หน้าเตรียมอุดม จุฬา มีมานานมาก ทำไมไม่ทำเพิ่ม ถ้าบอกว่าแพง ชีวิตคนไม่แพงกว่าหรือ
ปัญหาคือ คนมีความจำเป็นที่จะต้องเดินลงไปถนน แล้วก็ถูกชน ตายหรือบาดเจ็บ เพราะร่างกายไม่ทนต่อแรงชน ถ้าไม่ลงไปเดินบนถนนก็ไม่ถูกชน จึงต้องให้คนลงไปเดินบนถนนน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
ญี่ปุ่นจึงทำฟุตบาทกว้างและเรียบให้คนเดินไปข้ามถนนที่ บริเวณทางแยก ที่มีสัญญานไฟจราจร และหากมีจังหวะคนข้าม รถเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ก็ต้องหยุดให้คนข้าม ทำให้เหมือนกันทั้งประเทศ ทั้งเมือง จึงจะแก้ปัญหา รถชนคนที่ทางม้าลายได้ดีขึ้น อย่าคาดหวังว่า จะสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับผู้ขับขี่ได้ คิดให้รอบคอบ สักพันครั้งหมื่นครั้ง ค่อยมารณรงค์ให้เกิดความปลอดภัย
หลักการการแยกคนเดินเท้า ออกจากถนน ออกจากทางวิ่งของรถ ให้เด็ดขาดจึงใช้ได้เสมอ และปลอดภัยมากที่สุด ไม่ว่าจะต้องลงทุนเท่าไหร่ก็ตาม ต้องคิดถึงตรงนี้ให้มากนะครับ ไปเที่ยวต่างประเทศแล้ว ก็เอามาใช้กับบ้านเราบ้าง อย่าฝืนคิดเอง ฝากไว้นะครับ
LikeLike