ITARDA ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุจราจรประเทศญี่ปุ่น ABOUT ITARDA : ITARDA
เกี่ยวกับ ITARDA
🚦 อุบัติเหตุจราจรจนถึงปี 1992
จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในญี่ปุ่นสูงสุดถึง 16,765 รายในปี 1970 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงเริ่มดำเนินโครงการพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยทางจราจรครั้งแรกในปี 1971 โดยติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและสิ่งอำนวยความปลอดภัยจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 8,466 รายในปี 1979
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 1980 จำนวนผู้เสียชีวิตเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้งจนถึง 11,451 รายในปี 1992 ซึ่งนำไปสู่ความจำเป็นในการดำเนินมาตรการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
🏛️ การก่อตั้ง ITARDA ในปี 1992
ITARDA ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กระทรวงก่อสร้าง สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งญี่ปุ่น และสมาคมประกันภัยทั่วไปแห่งญี่ปุ่น รวมถึงองค์กรอื่น ๆ
ภารกิจของ ITARDA คือการลดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนผ่านการวิจัยและวิเคราะห์ โดยพิจารณาจากปัจจัยมนุษย์ ปัจจัยของยานพาหนะ และสภาพแวดล้อมการจราจร
ITARDA มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมดในญี่ปุ่น และดำเนินการสอบสวนเชิงลึกในบางกรณี พร้อมจัดเก็บผลการสอบสวนไว้ในฐานข้อมูล เพื่อใช้ในการศึกษาจากหลากหลายมุมมอง และเผยแพร่ข้อมูลให้แก่รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป
📉 อุบัติเหตุจราจรตั้งแต่ปี 1993
จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงอีกครั้งตั้งแต่ปี 1993 โดยในปี 2010 มีผู้เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดอุบัติเหตุ (“24-hour fatalities”) จำนวน 4,863 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1953 ส่วนผู้เสียชีวิตภายใน 30 วัน (“30-day fatalities”) มีจำนวน 5,745 ราย
จำนวนอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บในปี 2010 อยู่ที่ 725,773 กรณี และมีผู้บาดเจ็บรวม 901,071 คน
ในเดือนเมษายน 2011 รัฐบาลได้เริ่มโครงการพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยทางจราจรครั้งที่ 9 โดยตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงให้เหลือน้อยกว่า 3,000 รายภายในปี 2015 ซึ่ง ITARDA มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายนี้ผ่านฐานข้อมูลและการศึกษาวิเคราะห์
เกี่ยวกับ ITARDA (Institute for Traffic Accident Research and Data Analysis) ซึ่งเป็นสถาบันในประเทศญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตบนท้องถนนผ่านการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุจราจรอย่างเป็นระบบ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
🔹 ความเป็นมา
- ปี 1970 ญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดถึง 16,765 ราย
- รัฐบาลเริ่มโครงการความปลอดภัยทางถนนครั้งแรกในปี 1971 ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตลดลง
- อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปี 1980–1992
🔹 การก่อตั้ง ITARDA
- ก่อตั้งในปี 1992 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรเอกชน
- มีภารกิจในการวิเคราะห์อุบัติเหตุจากมุมมองของมนุษย์ ยานพาหนะ และสิ่งแวดล้อม
- สร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของอุบัติเหตุทั่วประเทศ และดำเนินการสอบสวนเชิงลึกในบางกรณี
🔹 ผลลัพธ์และบทบาท
- ตั้งแต่ปี 1993 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2010 เหลือเพียง 4,863 ราย (ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ)
- รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าลดผู้เสียชีวิตให้ต่ำกว่า 3,000 รายภายในปี 2015 โดยอาศัยข้อมูลและการวิเคราะห์จาก ITARDA
ข้อมูลอุบัติเหตุของ ITARDA รวบรวมจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมตำรวจ โรงพยาบาล หน่วยงานถนน กรมการขนส่งทางบก และประกันภัย
การเก็บข้อมูล ITARDA กำหนดมาตรฐานการเก็บข้อมูลเป็นมาตรฐานเดียวกัน ใน 1 ชุดข้อมูล มี 6 ด้าน ได้แก่ข้อมูลกลาง และข้อมูลจาก 5 หน่วยงาน มีรายละเอียด ราวๆ 600 ไอเท็ม เท่านั้น
การรวบรวมข้อมูล หน่วยที่กล่าวมาทุกหน่วยงานจะเป็นผู้รวมรวมอุบัติเหตุทั้งหมดส่งให้ ITARDA
การวิเคราะห์ข้อมูล กำหนดเป็นสองรูปแบบคือ ภาพรวม และ ข้อมูลอุบัติเหตุเชิงลึก
ผู้วิเคราะห์ข้อมูล ITARDA รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก ทุกหน่วยงานที่กล่าวมา และ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลและกำหนดมาตรการแก้ไข
การนำเสนอข้อมูล ข้อมูลที่วิเคราะห์และมาตรการแก้ไข จะถูกนำเสนอต่อหน่วยงาน รัฐมนตรี รัฐบาล และสาธารณะเพื่อให้ได้งบประมาณ และการนำไปปฏิบัติต่อไป
การขอใช้ข้อมูล หากเป็นหน่วยงานที่ส่งข้อมูลเข้ามา สามารถขอใช้ข้อมูลได้ แต่หากเป็นหน่วยงานนอก เช่น บริษัทรถ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อให้ ITARDA มีเงินทุนสนับสนุนให้ดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างยั่งยืน
คำถาม ประเทศไทยใช้รถญี่ปุ่น เป็นส่วนใหญ่ การเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตสูงมาก หน่วยงานต่างๆ ต่างเก็บข้อมูลอุบัติเหตุจราจรแบบต่างคนต่างเก็บ ต่างคนต่างวิเคราะห์ และกำหนดมาตรการแก้ไขของตนเอง จึงมีคำถามว่า เราควรที่จะมีศูนย์ข้อมูลอุบ้ติเหตุเหมือนประเทศญี่ปุ่นได้หรือยัง? กี่โมง